เมนูมะยงชิดที่ทำง่ายที่สุดคือน้ำมะยงชิดปั่น ใช้แค่เนื้อมะยงชิดสุก น้ำเย็น น้ำเชื่อม และเกลือหยิบมือ ปั่นไม่กี่นาทีก็ได้เครื่องดื่มรสหวานอมเปรี้ยว จากสูตรเดียวนี้ต่อยอดเป็นมะยงชิดโซดา สมูทตี้โยเกิร์ต หรือกาแฟดำมะยงชิดได้ทันที ส่วนช่วงนอกฤดู สวนชั้นหนึ่ง จ.นครนายก แนะนำให้ใช้เนื้อมะยงชิดแช่แข็งหรือมะยงชิดอบแห้งแทนผลสด
มะยงชิดนครนายกออกผลปีละครั้ง ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงมีนาคม ระหว่างนั้นคือเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับเมนูผลสด สูตรในบทความนี้คิดจากมะยงชิดพันธุ์ทูลเกล้าที่สวนของเราปลูก ซึ่งรสหวานนำและเปรี้ยวเบา ๆ ตอนท้าย จึงใช้น้ำตาลน้อยกว่าที่หลายคนคิด
สรุปเมนูมะยงชิด เลือกทำแบบไหนดี
| เมนู | ใช้มะยงชิดแบบไหน | เวลาเตรียมโดยประมาณ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| น้ำมะยงชิดปั่น | ผลสดหรือเนื้อแช่แข็ง | 5 นาที | ดื่มทันที เป็นฐานของเมนูอื่น |
| มะยงชิดโซดา | ผลสด | 5 นาที | วันอากาศร้อน ต้อนรับแขก |
| สมูทตี้โยเกิร์ต | เนื้อแช่แข็ง | 5 นาที | มื้อเช้า ของว่าง |
| กาแฟดำมะยงชิด | น้ำมะยงชิดแบบกรอง | 5 นาที | คนชอบกาแฟรสผลไม้ |
| มะยงชิดลอยแก้ว | ผลสด | 20 นาที + แช่เย็น 2-3 ชั่วโมง | ของหวานหลังอาหาร |
| ชีสเค้กถ้วย | ผลสดหรืออบแห้ง | 30 นาที + แช่เย็น 3-4 ชั่วโมง | งานเลี้ยงเล็ก ๆ |
| ท็อปปิ้งอบแห้ง | มะยงชิดอบแห้ง | 2 นาที | ทำได้ตลอดปี |
เตรียมมะยงชิดก่อนเข้าครัวอย่างไร
เลือกผลที่สุกทั่วทั้งลูก เปลือกเหลืองอมส้ม ไม่มีสีเขียวปน ผิวตึงและไม่มีรอยช้ำ ผลที่ยังเขียวจะเปรี้ยวจนต้องเติมน้ำตาลมาก รสของผลไม้จะถูกกลบไปหมด
ล้างผลตอนจะใช้เท่านั้น ไม่ควรล้างแล้วเก็บกลับเข้าตู้เย็น เพราะความชื้นที่ค้างอยู่ทำให้ผลเสียเร็ว จากนั้นปอกเปลือก แล้วเฉือนเนื้อสองข้างออกจากเม็ด ทูลเกล้าเป็นพันธุ์เม็ดเล็ก จึงได้เนื้อค่อนข้างเยอะต่อผล
ถ้าซื้อมาเยอะ ให้คว้านเนื้อแบ่งใส่ถุงซิปล็อก ไล่ลมออกแล้วแช่ช่องฟรีซ เก็บไว้ทำเมนูปั่นได้อีกหลายเดือน รายละเอียดการเก็บผลสดและการแช่แข็งอ่านต่อได้ที่ วิธีเก็บมะยงชิดให้สดนาน
สูตรน้ำมะยงชิดปั่น (สูตรพื้นฐาน)
สูตรนี้ได้ประมาณ 2 แก้ว และเป็นฐานของเครื่องดื่มอีกหลายเมนูในบทความนี้
วัตถุดิบ
- เนื้อมะยงชิดสุก ปอกเปลือกและคว้านเม็ดแล้ว 250 กรัม
- น้ำเปล่าเย็น 150 มิลลิลิตร
- น้ำเชื่อม 1-2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือป่น 1 หยิบมือ
- น้ำแข็ง 1 ถ้วย
วิธีทำ
- ใส่เนื้อมะยงชิด น้ำเย็น และเกลือลงโถปั่น ปั่นจนเนียน
- ชิมก่อนเติมน้ำเชื่อม ผลที่สุกดีบางครั้งแทบไม่ต้องเติมเลย
- ใส่น้ำแข็ง ปั่นต่ออีกครู่ แล้วเทใส่แก้ว
เกลือหยิบมือเดียวช่วยให้รสหวานกับเปรี้ยวกลมขึ้นโดยไม่รู้สึกเค็ม ถ้าชอบแบบใส ให้กรองกากออกด้วยกระชอนตาถี่ จะได้น้ำมะยงชิดเนื้อเบาไว้ทำโซดาหรือกาแฟ
มะยงชิดโซดาทำอย่างไรให้ซ่าและไม่จืด
วัตถุดิบสำหรับ 1 แก้ว
- เนื้อมะยงชิดสุกหั่นเต๋า 80 กรัม
- น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะ
- โซดาเย็น 150 มิลลิลิตร
- น้ำแข็ง และใบสะระแหน่สำหรับตกแต่ง
วิธีทำ
- ใส่มะยงชิดกับน้ำเชื่อมลงก้นแก้ว ใช้ส้อมบดหยาบ ๆ ให้ยังมีเนื้อให้เคี้ยว
- เติมน้ำแข็งให้เกือบเต็มแก้ว
- ค่อย ๆ รินโซดาลงข้างแก้วเพื่อเก็บความซ่า คนเบา ๆ ก่อนดื่ม
ถ้าอยากได้รสเปรี้ยวชัดขึ้น บีบมะนาวเพิ่มไม่กี่หยด หรือใช้น้ำมะยงชิดแบบกรองแทนเนื้อบด จะได้สีส้มใสสวยกว่า เคล็ดลับคือแช่โซดาให้เย็นจัดก่อนเท เพราะโซดาที่ไม่เย็นจะละลายน้ำแข็งเร็วและทำให้รสจางลง
สมูทตี้มะยงชิดโยเกิร์ต ใช้เนื้อแช่แข็งได้ไหม
ได้ และควรใช้ด้วย เพราะเนื้อมะยงชิดแช่แข็งทำหน้าที่แทนน้ำแข็ง สมูทตี้จึงข้นโดยไม่จืด
วัตถุดิบสำหรับ 1 แก้วใหญ่
- เนื้อมะยงชิดแช่แข็ง 150 กรัม
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 120 กรัม
- นมสดหรือนมพืช 60 มิลลิลิตร
- น้ำผึ้งหรือน้ำเชื่อม 1-2 ช้อนชา จะไม่ใส่ก็ได้
ปั่นทุกอย่างรวมกันจนเนียน ถ้าข้นเกินไปให้เติมนมทีละน้อย แล้วโรยหน้าด้วยมะยงชิดอบแห้งหั่นเล็ก จะได้รสเปรี้ยวหวานแบบเข้มข้นอีกชั้นหนึ่ง
ถ้าอยากได้แบบเกล็ดหิมะ ให้ตัดโยเกิร์ตและนมออก ใช้เนื้อแช่แข็งปั่นกับน้ำเชื่อมเล็กน้อยและเกลือปลายช้อน จะได้มะยงชิดปั่นเนื้อละเอียดคล้ายซอร์เบต์
กาแฟดำมะยงชิด เมนูสำหรับคนชอบกาแฟ
ใส่น้ำแข็งให้เต็มแก้ว เทน้ำมะยงชิดแบบกรองจากสูตรพื้นฐานประมาณ 100 มิลลิลิตร เติมโซดา 50 มิลลิลิตร แล้วค่อย ๆ ราดเอสเปรสโซ 1 ช็อตลงด้านบนให้แยกชั้น
ความขมของกาแฟช่วยให้รสหวานอมเปรี้ยวของมะยงชิดเด่นขึ้น เมนูนี้เข้ากับกาแฟคั่วอ่อนถึงคั่วกลางที่มีรสผลไม้อยู่แล้ว ถ้าใช้คั่วเข้ม แนะนำให้เพิ่มน้ำมะยงชิดอีกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้กาแฟกลบรสผลไม้
มะยงชิดลอยแก้วทำเองได้อย่างไร
วัตถุดิบ
- เนื้อมะยงชิดสุกหั่นชิ้นพอคำ 300 กรัม
- น้ำเปล่า 500 มิลลิลิตร
- น้ำตาลทราย 120-150 กรัม
- เกลือป่น ½ ช้อนชา
วิธีทำ
- ต้มน้ำ น้ำตาล และเกลือจนน้ำตาลละลาย ปิดไฟแล้วพักให้เย็นสนิท
- ใส่มะยงชิดลงในน้ำเชื่อมที่เย็นแล้ว ปิดฝา แช่ตู้เย็นอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมงให้รสซึม
- ตักเสิร์ฟกับน้ำแข็งบด
จุดสำคัญคือรอให้น้ำเชื่อมเย็นก่อนใส่ผลไม้ ถ้าใส่ตอนร้อน เนื้อจะนิ่มและเสียความกรอบ ลอยแก้วที่ทำเองควรเก็บในตู้เย็นและกินให้หมดภายในไม่กี่วัน
ชีสเค้กถ้วยมะยงชิด แบบไม่ต้องอบ
ใช้บิสกิตบด 80 กรัม คลุกกับเนยละลาย 30 กรัม กดลงก้นถ้วย จากนั้นตีครีมชีส 200 กรัมกับน้ำตาลไอซิ่ง 40 กรัมจนนุ่ม ตะล่อมวิปปิ้งครีมที่ตีแล้ว 150 มิลลิลิตรลงไป ตักใส่ถ้วย แล้วแช่เย็น 3-4 ชั่วโมง
ตอนเสิร์ฟ โรยมะยงชิดสดหั่นเต๋า หรือราดซอสที่ได้จากการเคี่ยวมะยงชิดปั่นกับน้ำตาลเล็กน้อยจนข้น นอกฤดูให้ใช้มะยงชิดอบแห้งสับละเอียดโรยหน้าแทน รสเปรี้ยวของผลไม้ช่วยตัดความมันของครีมชีสได้ดี
ใช้มะยงชิดอบแห้งเป็นท็อปปิ้งอย่างไร
มะยงชิดอบแห้งเหมาะกับเมนูที่อยากได้รสเปรี้ยวหวานแต่ไม่อยากให้มีน้ำจากผลไม้ไหลออกมา ใช้กรรไกรตัดเป็นชิ้นเล็กจะง่ายกว่าใช้มีด เพราะเนื้อเหนียวหนึบ
- โยเกิร์ตโบวล์: โยเกิร์ต กราโนล่า กล้วยหั่น แล้วโรยมะยงชิดอบแห้ง
- ข้าวโอ๊ตค้างคืน: ผสมชิ้นมะยงชิดอบแห้งลงไปตั้งแต่ตอนแช่ เช้าวันรุ่งขึ้นเนื้อจะนุ่มลง
- ขนมอบ: ผสมในแป้งมัฟฟินหรือคุกกี้แทนลูกเกด หรือโรยหน้าเค้กและชีสเค้ก
- เครื่องดื่ม: เสียบไม้ตกแต่งขอบแก้วโซดาหรือชาเย็น
มะยงชิดอบแห้งตราสวนชั้นหนึ่ง ทำจากมะยงชิด 100% ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใส่สารกันเสีย มีน้ำตาลจากผลไม้ตามธรรมชาติ บรรจุซองละ 50 กรัม เก็บได้โดยไม่ต้องแช่เย็น จึงสะดวกสำหรับทำท็อปปิ้งในช่วงที่ไม่มีผลสด
ร้านคาเฟ่ใช้มะยงชิดทำเมนูนอกฤดูได้อย่างไร
ร้านที่อยากขายเมนูมะยงชิดต่อเนื่องหลังหมดฤดู มักใช้เนื้อมะยงชิดแช่แข็งที่คว้านเม็ดแล้วสำหรับเมนูปั่นและสมูทตี้ และใช้มะยงชิดอบแห้งสำหรับแต่งหน้าเบเกอรี่ สวนชั้นหนึ่งมีมะยงชิดแช่แข็งแบบหั่นชิ้นและแบบปาดแก้ม น้ำมะยงชิดสกัดเย็น และมะยงชิดเข้มข้นที่มีเนื้อมะยงชิด 52% ผสมในอัตราส่วน 1:4 ใช้ทำน้ำมะยงชิด โซดา สมูทตี้ เค้ก และของหวานได้ ดูรายละเอียดได้ที่หน้า มะยงชิดคว้านเม็ด แช่แข็ง น้ำมะยงชิด และมะยงชิดเข้มข้น ร้านที่ต้องการจำนวนมากต่อเนื่องสอบถามเงื่อนไขขายส่งกับสวนได้โดยตรง
ถ้าอยากได้มะยงชิดผลสดในช่วงฤดู หรือมะยงชิดอบแห้งไว้ทำเมนูตลอดปี ดูช่องทางและขั้นตอนทั้งหมดได้ที่ วิธีสั่งซื้อ