มะยงชิดที่ปลูกจากกิ่งทาบเริ่มให้ผลราว 4-5 ปีหลังปลูก ส่วนต้นที่เพาะจากเมล็ดใช้เวลาประมาณ 8 ปี ตามเอกสารวิชาการของกรมวิชาการเกษตร ช่วงที่เหมาะกับการปลูกคือต้นฤดูฝน ในดินที่ระบายน้ำดี และต้นต้องได้อากาศเย็นกับช่วงแล้งก่อนออกดอก จึงจะติดผลได้ดี
สวนชั้นหนึ่ง จ.นครนายก ปลูกมะยงชิดพันธุ์ทูลเกล้าใน อ.บ้านนา มากว่า 30 ปี และขายต้นพันธุ์ให้คนที่อยากปลูกเอง บทความนี้รวบรวมคำถามที่คนถามบ่อยก่อนซื้อต้นพันธุ์ ตัวเลขเรื่องระยะเวลาและวิธีปลูกอ้างอิงจากหน่วยงานเกษตร (ดูแหล่งอ้างอิงท้ายบทความ) เพราะผลจริงขึ้นกับดิน น้ำ และอากาศของแต่ละพื้นที่
มะยงชิดกี่ปีออกลูก
ระยะเวลาขึ้นกับวิธีขยายพันธุ์เป็นหลัก ต้นที่ได้จากการทาบกิ่งหรือเสียบยอดมีลักษณะเหมือนต้นแม่และให้ผลเร็วกว่าต้นที่เพาะจากเมล็ด
| วิธีขยายพันธุ์ | เริ่มออกดอกติดผล (โดยประมาณ) | ข้อสังเกต |
|---|---|---|
| เพาะเมล็ด | ราว 8 ปี | ลักษณะผลอาจไม่เหมือนต้นแม่ |
| ทาบกิ่ง | ราว 4-5 ปีหลังปลูก | ได้ลักษณะเหมือนต้นแม่ มีรากแก้วจากต้นตอ |
| กิ่งตอน | ไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้ | ไม่มีรากแก้ว ต้องเสริมรากภายหลัง |
แหล่งข้อมูลแต่ละแห่งให้ตัวเลขต่างกันบ้าง บางแห่งบอกว่าเริ่มให้ผลที่ 5-7 ปี และต้นจะให้ผลผลิตเต็มที่เมื่ออายุราว 5-8 ปี ปีแรกที่ออกผลมักได้ไม่มาก แล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นเมื่อทรงพุ่มใหญ่ขึ้น จึงควรวางแผนปลูกแบบระยะยาว
เลือกต้นพันธุ์มะยงชิดอย่างไร
ข้อแรกคือรู้ว่าเป็นพันธุ์อะไร มะยงชิดแต่ละพันธุ์ให้ผลขนาดและรสต่างกัน พันธุ์ทูลเกล้าเป็นพันธุ์ผลใหญ่ทรงไข่ เนื้อแน่น เม็ดลีบ รสหวานอมเปรี้ยว เป็นพันธุ์ที่มีชื่อของนครนายก อ่านเพิ่มได้ที่บทความ มะยงชิดพันธุ์ทูลเกล้า
ข้อที่สองคือดูสภาพต้น ใบควรเขียวเข้ม ไม่มีรอยโรค ลำต้นตรง และดินในถุงไม่แตก เพราะมะยงชิดเป็นพืชที่มีรากน้อย บางต้นมีรากหลักเพียง 3-4 เส้น ถ้าดินในถุงแตกตอนขนย้าย รากจะเสียหายและต้นฟื้นช้า
สวนชั้นหนึ่งมีต้นพันธุ์ทูลเกล้า 4 ขนาด สูง 80 ถึง 150 ซม. ราคา 150-450 บาท (ราคา ณ ปี 2569) ส่งทางไปรษณีย์ได้ ดูรายละเอียดที่หน้า ต้นพันธุ์และกิ่งพันธุ์มะยงชิดทูลเกล้า
วิธีปลูกมะยงชิดจากกิ่งพันธุ์ ทีละขั้น
- ปลูกช่วงต้นฤดูฝน ต้นจะได้น้ำฝนช่วยตั้งตัวในช่วงแรก
- ขุดหลุมขนาด 50x50x50 เซนติเมตร ผสมดินกับปุ๋ยคอกราว 5 กิโลกรัมต่อหลุม และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตราว 500 กรัมต่อหลุม
- เว้นระยะ 6x6 ถึง 8x8 เมตร ที่ลุ่มใช้ระยะ 6x6 หรือ 8x8 เมตร ที่ดอนใช้ 6x6 เมตร
- ยกร่องถ้าพื้นที่น้ำขัง มะยงชิดไม่ชอบน้ำท่วมราก ถ้าน้ำขังนาน ต้นจะตายง่าย
- ปักไม้หลักและผูกเชือก กันลมโยกจนรากที่เพิ่งเดินขาด
- ทำร่มเงาให้ต้นเล็ก มะยงชิดต้องการร่มเงาในช่วง 1-2 ปีแรกของการปลูก
- รดน้ำทุก 2-3 วันในช่วงแรก แล้วค่อยๆ ห่างขึ้นเมื่อต้นตั้งตัวได้
- ไม่ใส่ปุ๋ยเคมีในปีแรก ใช้ปุ๋ยอินทรีย์บำรุงดินแทน เพราะรากยังอ่อน
ตอนเอาต้นลงหลุม ให้ฉีกถุงออกอย่างระวัง ประคองดินให้เป็นก้อนเดิม วางต้นให้ระดับดินในถุงเสมอกับดินรอบหลุม แล้วกลบดินกดเบาๆ
ปลูกมะยงชิดในกระถางได้ไหม
ปลูกได้ ใช้กระถางขนาด 12 นิ้วขึ้นไปกับดินผสมที่ระบายน้ำดี เหมาะกับคนที่มีพื้นที่น้อยหรืออยากปลูกเป็นไม้ประดับ แต่ข้อมูลจากหน่วยงานเกษตรเรื่องการติดผลของมะยงชิดในกระถางยังมีน้อย ถ้าต้องการเก็บผลกินเป็นประจำทุกปี การปลูกลงดินให้ทรงพุ่มได้ขยายเต็มที่เป็นทางที่แน่นอนกว่า
ทำไมมะยงชิดออกดอกแต่ไม่ติดลูก
มะยงชิดออกดอกตามฤดูและพึ่งอากาศมาก ต้นจะพัฒนาตาดอกเมื่อมีอากาศหนาวเย็นติดต่อกัน 7-10 วันในช่วงพฤศจิกายนถึงธันวาคม งานวิจัยพบว่ามะยงชิดตอบสนองต่ออุณหภูมิต่ำราว 18 องศาเซลเซียส และช่วงแล้งก่อนออกดอกก็สำคัญ เกษตรกรไทยจึงงดให้น้ำราวหนึ่งเดือนก่อนออกดอก
ส่วนต้นที่ออกดอกแล้วแต่ไม่ติดผล มักมาจากสาเหตุเหล่านี้
- ฝนตกช่วงออกดอก ดอกร่วงและติดผลน้อย เป็นปัญหาที่สวนในนครนายกเจอในบางปี
- อากาศแห้งเกินไป งานวิจัยพบว่าการพ่นละอองน้ำใต้ทรงพุ่มเมื่อความชื้นในอากาศต่ำกว่า 65% ช่วยให้ติดผลมากขึ้น
- ราดำปกคลุมเกสร ราดำที่ขึ้นบนช่อดอกจะปิดเกสรตัวเมียจนผสมไม่ได้
- พ่นสารเคมีตอนดอกบาน ทำอันตรายต่อแมลงที่ช่วยผสมเกสร จึงไม่ควรพ่นสารช่วงนี้
- ต้นยังอายุน้อย ต้นเล็กอาจออกดอกบ้างแต่ยังเลี้ยงผลไม่ไหว
หลังดอกติดผลแล้ว ควรเริ่มให้น้ำทุก 5-7 วัน ถ้าขาดน้ำ ผลจะเล็กและร่วง แต่ถ้าให้น้ำมากเกินไป เนื้อผลจะเละ
ดูแลต้นมะยงชิดตลอดปี
ตารางนี้สรุปงานหลักตามช่วงเวลา ช่วงเดือนอาจเลื่อนตามอากาศของแต่ละพื้นที่
| ช่วงเวลา | งานที่ต้องทำ |
|---|---|
| หลังเก็บผล (พฤษภาคม ถึง มิถุนายน) | ตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ราว 20-30 กิโลกรัมต่อต้น |
| กรกฎาคม ถึง กันยายน | บำรุงต้นเตรียมออกดอก เช่น ปุ๋ยสูตร 8-24-24 |
| ตุลาคม ถึง ธันวาคม | ลดน้ำให้ต้นได้ช่วงแล้ง รออากาศเย็นให้แทงช่อดอก |
| ติดผล | ห่อผลกันแมลงวันทอง ให้น้ำสม่ำเสมอ |
ศัตรูที่พบมากคือเพลี้ยไฟ และโรคสำคัญคือโรคแอนแทรกโนส ส่วนแมลงวันทองจะวางไข่ในผลที่ใกล้สุก การห่อผลจึงเป็นวิธีป้องกันที่ได้ผล ที่สวนชั้นหนึ่งเราห่อผลด้วยมือทีละลูก และบำรุงดินด้วยมูลวัวนมเพื่อลดการใช้สารเคมี อ่านวิธีดูแลสวนของเราได้ที่บทความ ปลูกมะยงชิดแบบสวนชั้นหนึ่ง
สภาพอากาศแบบไหนปลูกมะยงชิดได้ดี
มะยงชิดชอบพื้นที่ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีราว 20-30 องศาเซลเซียส และมีฤดูฝนสลับฤดูแล้งชัดเจน เพราะต้นต้องการช่วงแล้งและอากาศเย็นในการออกดอก และนี่คือเหตุผลที่มะยงชิดนครนายกมีผลสดให้กินปีละครั้ง ดูช่วงเวลาได้ที่บทความ มะยงชิดนครนายกออกเดือนไหน
แหล่งอ้างอิง
- ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรพิจิตร กรมวิชาการเกษตร, บทที่ 5 มะปรางและมะยงชิด
- เทคโนโลยีชาวบ้าน, บทความเรื่องการปลูกและดูแลมะปรางและมะยงชิด
- ThaiJO, บทความวิจัยเรื่องการออกดอกและติดผลของมะยงชิด (2567)
- Thai PBS, ข่าวผลผลิตมะยงชิดและมะปรางหวาน จ.นครนายก
ถ้าอยากเริ่มปลูกมะยงชิดพันธุ์ทูลเกล้า ทัก LINE @channeung แจ้งขนาดและจำนวนต้นที่ต้องการ ดูวิธีสั่งและค่าส่งได้ที่หน้า วิธีสั่งซื้อ